Work Text:
ตั้งแต่เล็กนางคอยมองตามหลังเส้นผมสีเงินบนแผ่นหลังที่ผ่าเผยของสตรีผู้นี้มาโดยตลอด
จะเปรียบเทียบกับสิ่งใดก็ไม่กล้า อาจเพราะยังเด็ก จึงหาสิ่งใดที่สวยงามมาเปรียบเทียบแพรไหมที่ระยิบระยับสะท้อนแสงดาวนี้ไม่ได้ แม้ไม่เทียบเท่าญาติของเอลเว แต่นางก็ชอบผมสีเหล็กกล้านี้มากกว่า
ครั้งแรกที่เจอกันนางนั้นยังเป็นเพียงเด็กน้อยที่ใครต่างเรียกว่าน้องสาวของอิงเว ไม่เว้นแม้แต่ฟินเว เพื่อนของพี่ชาย
ผองชนของนางและเขาเป็นคนละกลุ่มกัน แต่ก็ให้ความช่วยเหลือในเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างช่ำชอง ฟินเวชอบมาที่บ้านของนางเพื่อปรึกษาเรื่องต่างๆ ด้วยว่าอิงเวเป็นผู้อาวุโสกว่าใคร
นางชอบเขา?
ก็อาจจะใช่ เขาหล่อเหลาแม้ในหมู่พวกเราที่งดงามกว่าสิ่งใด เขามีผมสีดำสนิทเหมือนท้องฟ้ายามไร้แสงดาว สีดำอาจเป็นสีที่มืดมิดน่าหวาดกลัว แต่ยามมันเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายเขา มันก็ดูคุ้มค่าที่จะเข้าไปค้นหา
ผิวเขาขาวเหมือนหินอ่อนที่ทวยเทพบรรจงสลักออกมาอย่างไร้ที่ติ ตาเขาเจิดจ้าไปด้วยแสงแห่งดวงดาวและอัคคีอันเร้นลับที่ลุกโชนทั้งภายในร่างกายและจิตใจ
ยามเขาตั้งใจทำสิ่งใด ไม่ว่าจะประดิษฐ์กับดักล่าสัตว์ ของที่ใช้ในการดำรงชีวิต หรือแม้แต่ยามเขาพูดสิ่งที่ตัวเขาสนใจ แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ได้อยู่ในความคิดของคู่สนทนาเลย แต่เขาก็สามารถทำให้ผู้คนหยุดฟังเขาได้อย่างสมบูรณ์
อาจเพราะสมบูรณ์แบบเช่นนี้จึงได้เป็นผู้นำของเหล่าTatyar
นางชอบมองเขา ชอบฟังเรื่องราวของเขาไม่ว่าจะเล่าให้นางฟังตรงหน้าหรือคุยกับพี่ชายบนโต๊ะกินข้าว
แต่วันนี้เรื่องราวที่พูดกันกลับแปลกออกไป
เขามีท่าทีไม่เหมือนเดิม
เขาไม่เคยออกอาการแก้มแดงเหมือนคนเมายามเขาทานแค่เนื้อกวางปรุงสุก
นิ้วเขาไม่เคยเคาะโต๊ะไม้ให้ส่งเสียงน่ารำคาญขณะเขากำลังพูดให้ผู้ฟังวอกแวกในสิ่งอื่น
มือที่คอยโบกไปมาเพิ่มความน่าสนใจขณะที่ขับขานเรื่องราวในคราวนี้กลับอยู่ไม่สุขราวกับไม่รู้ว่าควรวางตรงไหน
เหนือสิ่งอื่นใดคือหัวข้อของการสนทนาครั้งนี้
ฟินเวกำลังมีความรัก
เขามีใจให้เอลดาร์นางหนึ่งนามมีรีเอล
นางไม่เคยได้ยินชื่อนี้
นางสงสัย?
ต้องเป็นคนแบบไหนกันที่ทำให้ชายผู้เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวเองอย่างฟินเวกลายเป็นเด็กน้อยที่ไม่เคยออกไปล่าสัตว์
เขาเล่าเหมือนมีรีเอลนั่นเป็นผู้รับใช้ของDark enemy
เขากล่าวว่าเมื่อยืนต่อหน้าเธอ เขาก็แทบไม่กล้าหายใจ
ความรู้สึกที่น่ากลัวเช่นนี้ใช่รักจริงหรือ
อาจเพราะนางยังเด็กนักจึงมีความใจร้อนอยู่ในตัว
เมื่อทานมื้อเย็นเสร็จนางจึงขอตัวไปเดินเล่นที่ทะเล
แต่หากพวกเขาสังเกตสักนิดจะรู้ว่านางเดินไปอีกฝั่ง
นางเดินไปอยู่ท่ามกลางTatyarเพื่อหาสตรีผู้มีผมสีเทาดุจเอลเวแห่งNelya
แต่นางหาไม่พบ
ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดก็หาไม่เจอเลย
อาจเพราะมีรีเอลผู้นั้นอยู่แต่ในกระโจมของตน ไม่ชอบออกมาพบปะสังสรรค์ก็เป็นได้
เห็นทีนางคงต้องไปที่ทะเลตามคำลวงเสียแล้ว
ขณะที่กำลังเดิน ใจนางก็คิดถึงสาเหตุที่ยอมเดินมาถึงขนาดนี้
เพราะหวง?
ก็อาจใช่ นางคิดว่านางชอบฟินเว หากมาคิดดีๆ แล้วคำว่าชอบอาจคล้ายคลึงกับความรักที่สุด เมื่อฟินเวบอกว่าเขาตกหลุมรักใครย่อมแปลว่าความรู้สึกของนางจะถูกละทิ้ง นั่นคือสิ่งที่นางยอมไม่ได้
แต่เห็นทีชายทะเลนี้จะมีผู้จับจองเสียแล้ว
ชายผมสีเงินยวงที่สะบัดไปมาล้อรับกับแสงดวงดาวแห่งท้องนภาราวชายทะเลที่เต็มไปด้วยภาพจำลองของหมู่ดาวนั้นทำนางตกอยู่ในภวังค์
คนผู้นี้กำลังร่ายรำบนโขดหินที่เรียบสนิทราวกับเป็นแท่นบูชาให้ผู้ที่งดงามที่สุดในแผ่นดินเท่านั้นที่มีสิทธิ์ขึ้นไปแสดงโฉมแก่เหล่าดาราให้พวกมันอับอายต่อแสงของตน
